คำว่า "
สวัสดี" เป็นคำกล่าว
ทักทายของคนไทยเวลาเจอหน้ากันและลาจากกัน "
สวัสดีครับ" "
สวัสดีค่ะ" ซึ่งเป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์ที่น่ายกย่องและดำรงไว้อย่างยิ่ง ถ้าชาวต่างชาติได้เห็นการพนมมือแล้วกล่าว "
สวัสดี" ก็จะรู้ได้ทันทีเลยว่า "เนี่ยแหละคนไทย" และยังทำให้เขาประทับใจในวัฒนธรรมของเราอีกด้วย เพราะว่าวัฒนธรรมของเรางดงามน่าจดจำ
ความคิดที่ 10
 |
| การพนวมไหว้แบบไทยๆ |
คนไทยเราใช้การ
ทักทายเป็นการพนมมือไหว้ แต่ว่าพอมาดูชาวต่างชาติเขา วิธีการ
ทักทายของเค้าช่างดูลึกซึ้งและถึงเนื้อถึงตัวมาก เขาใช้การหอมแก้มกันและการจูบกันเป็น
ทักทาย (เฉพาะคนสนิท) เช่น คนในครอบครัว ซึ่งเราก็เห็นได้ทั่วไปเลย เวลาเราไปต่างประเทศหรือตามสนามบินต่างๆ การกอดจูบกันของฝรั่งเค้านั้นเป็นเรื่องธรรมดามาก ซึ่งผมเองก็ไม่แปลกใจเลยทำไมฝรั่งเค้าถึงดูสนิทสนมกันมากขนาดนี้ (ก็เพราะเค้าถึงเนื้อถึงตัวยังไงล่ะ) ต่างกับคนไทยเราที่การกอดจูบกับเป็นเรื่องที่ค่อนข้างหน้าอายจนถึงขั้นอนาจารได้ ประมาณว่าถ้ามีการกอดการจูบกัน ณ ที่สาธารณะก็จะมีแต่ผู้คนชายตามองกันเป็นแถบๆ "เค้าทำอะไรกันน่ะ" ... วัฒนธรรมของเรากับของฝรั่งนั้นต่างกันครับ ในที่สาธารณะของบ้านเค้าก็เป็นเรื่องปกติที่จะมีการหนุ่มสาวมาพอดรักกันตามต้นไม้ใบหญ้าริมสวน
 |
| การหอมแก้ม |
การ
ทักทายอีกอย่างหนึ่งที่ผมจะพูดถึงคือการจับมือกัน การจับมือเป็นการแสดงความสัมพันธ์แบบเพื่อน พี่ น้อง (เพศเดียวกัน) ซึ่งถ้าเป็นการจับมือกันก็จ
ะเห็นได้บ่อยเพราะว่า เป็นการแสดงความเคารพซึ่งกันและกันที่น่านับถือ ไม่ก้าวก่ายสิทธิส่วนบุคคลหรือถึงเนื้อถึงตัวกันมากเกินไป เหมือนอย่างการกอดจูบกันที่ผมเพิ่งกล่าวมา ดังนั้นการ
ทักทายแบบนี้จึงเห็นที่นิยมมากสำหรับฝรั่ง หรือไม่ว่าจะเป็นที่ไหนการจับมือกันก็ยังเป็นการแสดงความเคารพกันและกันได้อย่างน่านับถืออีกด้วย
ที่เห็นได้บ่อยเลยก็คือตามงามประชุมใหญ่ๆ เช่น การประชุมสุดยอดระดับผู้นำประเทศต่างๆ การจับมือกันก็ยังเป็นการ
ทักทายที่เค้านิยมใช้เสมอๆ
 |
| การจับมือ |
สุดท้ายแล้วทั้งหมดที่ผมเล่ามา ก็คือการ
ทักทายในรูปแบบต่างๆนะครับ ในความเป็นจริงแล้วมีมากกว่านี้เยอะ ก็แล้วแต่ว่าใครจะเลือกที่จะแสดงออกแบบไหนนะครับ สำหรับคนไทยอย่างเราๆก็อย่าลืมการไหว้ที่เป็นวัฒนธรรมของเราล่ะ แต่ถ้าใครอยากกอดจูบอันนี้ก็ต้องดูกาละเทศะรวมถึงวัฒนธรรมและสถานที่ด้วยครับ..