"เพราะอยู่ในวัยนี้ จึงทรมานใจ
เพราะอยู่ในวัยนี้ จึงว่างเปล่า
เพราะอยู่ในวัยนี้ จึงหวั่นไหว
เพราะอยู่ในวัยนี้ จึงเปลี่ยวเหงา
เพราะอยู่ในวัยนี้ จึงโดดเดี่ยว
เพราะเป็นแค่เพียงวัยรุ่น คนหนึ่ง
วัยรุ่น คือความเจ็บปวด
แด่เธอ หนุ่มสาวผู้ยืนเผชิญหน้ากับอนาคตเพียงลำพัง"
นี่เป็นคำขวัญท่อนหนึ่งของหนังสือ "เพราะเป็นวัยรุ่นจึง เจ็บปวด" แน่นอนว่าอย่าว่าแต่เป็นวัยนี้เลยครับ วัยอย่างผมอ่านผมก็เจ็บปวดล่ะ ด้วยถ้อยคำของประโยคที่ค่อนข้างโดนและสื่อถึงสภาพจิตใจของคนในช่วงอายุวัยดังกล่าวนั้นออกมาได้อย่างชัดเจนมากครับ วันนี้จึงอยากจะมาเล่าภาพความรู้สึกดีๆของการได้อ่านหนังสือเล่มนี้สักหน่อย และอาจจะรวมไปถึงประสบการณ์ของตัวเองในช่วงเวลาวันวานที่ผ่านพ้นมาด้วยครับ
ทำไมวัยรุ่นจึงเจ็บปวด
สำหรับพวกคุณคงอาจจะเคยได้ยินคำนี้มาบ้างแล้วใช่ไหม แต่สำหรับผมแค่ได้ยินคำนี้ครั้งแรกก็เจ็บปวดล่ะ เหมือนจะสื่อออกมาว่าวัยนี้เนี่ยเนี่ยแหละคือความเจ็บปวด แค่ความจริงไม่ใช่แบบนั้นนะครับ แต่การอยู่ในวัยนี้นั้นเป็นวัยที่คนเรานั้นต้องระหกระเหินมากๆกับการดำเนินชีวิตไปแต่ล่ะวันอย่างไม่มีจุดหมายปลายทาง บางคนมีจุดหมายที่ชัดเจนก็จริง แต่ต้องมาสะดุดกับอะไรสักอย่างระหว่างทางที่เดินไป แล้วไม่อาจกลับมาได้เลยช่วงนี้เป็นช่วงชีวิตหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่างวัยเด็กกับวัยผู้ใหญ่ เพราะฉะนั้นชีวิตในวัยรุ่นมักจะเจ็บปวดกับอะไรหลายๆอย่างที่ผ่านเข้ามาได้อย่างง่ายดาย จากสภาพต่างๆที่อยู่รายล้อมตัวเรา
และนี้คือรายละเอียดคร่าวๆที่ได้จากการอ่านหนังสือเล่มนี้ครับ ถ้าคุณอายุเกินในช่วงของวัยนี้ไปแล้วนั้นได้มาอ่านหนังสือเล่มนี้ รับรองเลยว่ามันจะโดนมาก มันจะทำให้คุณได้ระลึกไปถึงความทรงจำในช่วงเวลานั้นได้อย่างดี ทั้งเรื่องที่บ้างดี ไม่ดีบ้าง เป็นเรื่องที่น่าอายบ้าง ผมว่าถ้าได้นึกย้อนกลับไปนะก็จะคิดประมาณว่า "เราทำแบบนั้นไปได้ยังไงว่ะ" "ทำไมเราต้องทำแบบนั้นว่ะ" "อะไรดลใจให้เราทำแบบนั้นว่ะ" ส่วนมากแล้วคนที่อายุ 40 ขึ้นไปแล้ว เขากลับมานึกเรื่องแบบนี้แล้วมักจะนึกขำตัวเองมากกว่ามั้ง ว่าตอนนี้เราทำไปได้ยังไง ฮ่าๆ
"ทรมานใจ...ว่างเปล่า...หวั่นไหว...เปลี่ยวเหงา...โดดเดี่ยว...เพราะเป็นเพียงเด็กในวัยนี้คนหนึ่ง" อันนี้เป็นประโยคหนึ่งของที่อยู่บนหน้าปกของหนังสือเล่มนี้ เราทุกคนก็คงเคยผ่านช่วงเวลาเหล่านี้มาก่อน เราย่อมรู้ดีว่า "ทรมานใจ ว่างเปล่า เปลี่ยวเหงา โดดเดี่ยว" มันเป็นยังไง แต่ในช่วงเวลาเหล่านั้นเอง เรากัลบคิดแก้ไขปัญหาอะไรไม่ได้เลย นอกจากการรอให้ความรู้สึกเหล่านั้นมันแทรกซึมเข้ามาใจจิตใจ จนกลายเป็นความรู้สึกชินชา และก็ปรอบตัวเองว่าไม่เป็นไรๆ เป็นแบบนี้บ่อยครั้งไปครับ เราไม่มีทางรู้เลยว่าความรู้สึกเหล่านี้มันจะเกิดขึ้นตอนไหนและอีกเมื่อไหร่ ในช่วงเวลาเหล่านั้นเราได้แต่หวังว่าอย่าให้มันได้เกิดขึ้นอีกเลย แล้วก็จะพยายามปิดกั้นตัวเองออกจากต้นเหตุของความรู้สึกดังกล่าว ซึ่งนั้นก็เป็นความคิดที่ไม่ดีเอาสะเลย แต่ในวันนี้วันที่เราได้เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่วัยทำงานแล้วนั้น มันมีอะไรให้คิดมากกว่านั้นอีกเยอะเลย ปัญหาต่างๆในช่วงวัยที่ผ่านพ้นมานั้นกลับกลายเป็นปัญหาเล็กเพียงแค่หยิบมือเดียวก็แก้มันได้ ทั้งที่เมื่อก่อนนี้เราไม่เคยหาคำตอบจากมันได้เลย เวลาเป็นเครื่องพิสุจน์ทุกอย่างจริงๆ ถ้าเราให้เวลาเป็นตัวตัดสินได้ เวลาก็คงจะบอกได้เหมือนกันว่าคุณจะเป็นอย่างไรในอนาคตกับสิ่งที่ทำอยู่ ผมไม่ได้บอกว่าผู้ใหญ่นั้นดีเสมอไปนะ แค่เปรียบเทียบให้ฟังกัน แต่พอเรามาเป็นผู้ใหญ่เข้าจริงๆแล้ว กลับต้องมาคิดในเรื่องของปากท้องมากขึ้น หาเงินเข้าบ้าน การลงทุน การทำงานและยังรวมไปคนที่อยู่ข้างหลังเราอีก (ครอบครัว) เนี่ยชีวิตของมนุษย์จริงๆครับ
โดยรวมแล้วหนังสือเล่มนี้ก็ได้บอกเล่าเรื่องราวต่างๆไว้มากมายเกี่ยวกับปัญหาในวัยนี้ทั้งตัวเนื้อหาและวิธีรับมือกับมัน ถ้าคุณมีลูกอยู่ในช่วงอายุดังกล่าวยิ่งต้องรีบอ่านเลยครับ เพราะมันจะทำให้คุณได้เข้าใจ
ในตัวลูกของคุณเองได้มากขึ้น ไม่ต่างจากการดูซีรี่ส์ Hormones เลยครับ
ผมหวังว่าหนังสือเล่มนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านละกันนะครับ อยากให้ทุกๆคนได้อ่าน จะทำให้เราได้เข้าในมุมมองของตนเองอีกเยอะเลย เข้าใจว่าครั้นวันวานเราทำอะไร ทำไมเราถึงทำแบบนั้น และยังนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย ในวันที่เราโดดเดี่ยวเราจะเข้าใจตัวเองมากขึ้น พร้อมที่จะรับมือกับมันและผ่านพ้นช่วงเวลาโหดร้ายไปได้ "แด่เธอ หนุ่มสาวผู้ยืนเผชิญหน้ากับอนาคตเพียงลำพัง"
