TopBar Ads

3 มกราคม 2559

อ่านแล้วเจ็บปวดกับหนังสือ"เพราะเป็นวัยรุ่น จึงเจ็บปวด"

วัยรุ่น
"เพราะอยู่ในวัยนี้  จึงทรมานใจ
เพราะอยู่ในวัยนี้  จึงว่างเปล่า
เพราะอยู่ในวัยนี้  จึงหวั่นไหว
เพราะอยู่ในวัยนี้  จึงเปลี่ยวเหงา
เพราะอยู่ในวัยนี้  จึงโดดเดี่ยว
เพราะเป็นแค่เพียงวัยรุ่น คนหนึ่ง
วัยรุ่น คือความเจ็บปวด
แด่เธอ  หนุ่มสาวผู้ยืนเผชิญหน้ากับอนาคตเพียงลำพัง"
        นี่เป็นคำขวัญท่อนหนึ่งของหนังสือ "เพราะเป็นวัยรุ่นจึง  เจ็บปวด" แน่นอนว่าอย่าว่าแต่เป็นวัยนี้เลยครับ  วัยอย่างผมอ่านผมก็เจ็บปวดล่ะ  ด้วยถ้อยคำของประโยคที่ค่อนข้างโดนและสื่อถึงสภาพจิตใจของคนในช่วงอายุวัยดังกล่าวนั้นออกมาได้อย่างชัดเจนมากครับ  วันนี้จึงอยากจะมาเล่าภาพความรู้สึกดีๆของการได้อ่านหนังสือเล่มนี้สักหน่อย  และอาจจะรวมไปถึงประสบการณ์ของตัวเองในช่วงเวลาวันวานที่ผ่านพ้นมาด้วยครับ

 ทำไมวัยรุ่นจึงเจ็บปวด

       สำหรับพวกคุณคงอาจจะเคยได้ยินคำนี้มาบ้างแล้วใช่ไหม  แต่สำหรับผมแค่ได้ยินคำนี้ครั้งแรกก็เจ็บปวดล่ะ  เหมือนจะสื่อออกมาว่าวัยนี้เนี่ยเนี่ยแหละคือความเจ็บปวด  แค่ความจริงไม่ใช่แบบนั้นนะครับ  แต่การอยู่ในวัยนี้นั้นเป็นวัยที่คนเรานั้นต้องระหกระเหินมากๆกับการดำเนินชีวิตไปแต่ล่ะวันอย่างไม่มีจุดหมายปลายทาง  บางคนมีจุดหมายที่ชัดเจนก็จริง  แต่ต้องมาสะดุดกับอะไรสักอย่างระหว่างทางที่เดินไป  แล้วไม่อาจกลับมาได้เลยช่วงนี้เป็นช่วงชีวิตหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่างวัยเด็กกับวัยผู้ใหญ่  เพราะฉะนั้นชีวิตในวัยรุ่นมักจะเจ็บปวดกับอะไรหลายๆอย่างที่ผ่านเข้ามาได้อย่างง่ายดาย  จากสภาพต่างๆที่อยู่รายล้อมตัวเรา

        และนี้คือรายละเอียดคร่าวๆที่ได้จากการอ่านหนังสือเล่มนี้ครับ  ถ้าคุณอายุเกินในช่วงของวัยนี้ไปแล้วนั้นได้มาอ่านหนังสือเล่มนี้  รับรองเลยว่ามันจะโดนมาก  มันจะทำให้คุณได้ระลึกไปถึงความทรงจำในช่วงเวลานั้นได้อย่างดี  ทั้งเรื่องที่บ้างดี  ไม่ดีบ้าง  เป็นเรื่องที่น่าอายบ้าง  ผมว่าถ้าได้นึกย้อนกลับไปนะก็จะคิดประมาณว่า "เราทำแบบนั้นไปได้ยังไงว่ะ" "ทำไมเราต้องทำแบบนั้นว่ะ" "อะไรดลใจให้เราทำแบบนั้นว่ะ" ส่วนมากแล้วคนที่อายุ 40 ขึ้นไปแล้ว  เขากลับมานึกเรื่องแบบนี้แล้วมักจะนึกขำตัวเองมากกว่ามั้ง  ว่าตอนนี้เราทำไปได้ยังไง ฮ่าๆ

        "ทรมานใจ...ว่างเปล่า...หวั่นไหว...เปลี่ยวเหงา...โดดเดี่ยว...เพราะเป็นเพียงเด็กในวัยนี้คนหนึ่ง" อันนี้เป็นประโยคหนึ่งของที่อยู่บนหน้าปกของหนังสือเล่มนี้  เราทุกคนก็คงเคยผ่านช่วงเวลาเหล่านี้มาก่อน  เราย่อมรู้ดีว่า  "ทรมานใจ  ว่างเปล่า  เปลี่ยวเหงา  โดดเดี่ยว" มันเป็นยังไง  แต่ในช่วงเวลาเหล่านั้นเอง  เรากัลบคิดแก้ไขปัญหาอะไรไม่ได้เลย  นอกจากการรอให้ความรู้สึกเหล่านั้นมันแทรกซึมเข้ามาใจจิตใจ  จนกลายเป็นความรู้สึกชินชา  และก็ปรอบตัวเองว่าไม่เป็นไรๆ  เป็นแบบนี้บ่อยครั้งไปครับ  เราไม่มีทางรู้เลยว่าความรู้สึกเหล่านี้มันจะเกิดขึ้นตอนไหนและอีกเมื่อไหร่  ในช่วงเวลาเหล่านั้นเราได้แต่หวังว่าอย่าให้มันได้เกิดขึ้นอีกเลย  แล้วก็จะพยายามปิดกั้นตัวเองออกจากต้นเหตุของความรู้สึกดังกล่าว  ซึ่งนั้นก็เป็นความคิดที่ไม่ดีเอาสะเลย  แต่ในวันนี้วันที่เราได้เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่วัยทำงานแล้วนั้น  มันมีอะไรให้คิดมากกว่านั้นอีกเยอะเลย  ปัญหาต่างๆในช่วงวัยที่ผ่านพ้นมานั้นกลับกลายเป็นปัญหาเล็กเพียงแค่หยิบมือเดียวก็แก้มันได้  ทั้งที่เมื่อก่อนนี้เราไม่เคยหาคำตอบจากมันได้เลย  เวลาเป็นเครื่องพิสุจน์ทุกอย่างจริงๆ  ถ้าเราให้เวลาเป็นตัวตัดสินได้  เวลาก็คงจะบอกได้เหมือนกันว่าคุณจะเป็นอย่างไรในอนาคตกับสิ่งที่ทำอยู่  ผมไม่ได้บอกว่าผู้ใหญ่นั้นดีเสมอไปนะ  แค่เปรียบเทียบให้ฟังกัน  แต่พอเรามาเป็นผู้ใหญ่เข้าจริงๆแล้ว  กลับต้องมาคิดในเรื่องของปากท้องมากขึ้น  หาเงินเข้าบ้าน  การลงทุน  การทำงานและยังรวมไปคนที่อยู่ข้างหลังเราอีก (ครอบครัว) เนี่ยชีวิตของมนุษย์จริงๆครับ

        โดยรวมแล้วหนังสือเล่มนี้ก็ได้บอกเล่าเรื่องราวต่างๆไว้มากมายเกี่ยวกับปัญหาในวัยนี้ทั้งตัวเนื้อหาและวิธีรับมือกับมัน  ถ้าคุณมีลูกอยู่ในช่วงอายุดังกล่าวยิ่งต้องรีบอ่านเลยครับ  เพราะมันจะทำให้คุณได้เข้าใจ
ในตัวลูกของคุณเองได้มากขึ้น  ไม่ต่างจากการดูซีรี่ส์ Hormones เลยครับ

        ผมหวังว่าหนังสือเล่มนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านละกันนะครับ  อยากให้ทุกๆคนได้อ่าน  จะทำให้เราได้เข้าในมุมมองของตนเองอีกเยอะเลย  เข้าใจว่าครั้นวันวานเราทำอะไร  ทำไมเราถึงทำแบบนั้น  และยังนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย  ในวันที่เราโดดเดี่ยวเราจะเข้าใจตัวเองมากขึ้น  พร้อมที่จะรับมือกับมันและผ่านพ้นช่วงเวลาโหดร้ายไปได้ "แด่เธอ  หนุ่มสาวผู้ยืนเผชิญหน้ากับอนาคตเพียงลำพัง"