TopBar Ads

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความคิด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความคิด แสดงบทความทั้งหมด

14 มิถุนายน 2558

ใช้หัวคิดไปกับ Brainstorm


      เมื่อพูดถึงการ Brainstorm สิ่งแรกที่นึกถึงคืออะไร  ซึ่งหลายๆคนพอได้ยินคำนี้ขึ้นมาก็มักจะนึกถึง Brain + Storm พายุพัด ฝนตก มือมัว สายฟ้าฟาด  กระหน่ำเข้ามาในสมองซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาไม่ใช่ทั้งสิ้น  การ Brainstorm ถูกสร้างขึ้นโดย อเล็กซ์ เอฟ.ออสบอนด์ นักโฆษณาชื่อดังย่านเมดิสัน  ผู้แต่งหนังสือ  Applied Imagination (พิมพ์ครั้งแรกเมื่อ  ค.ศ. 1953) ซึ่งที่เป็นหนังสือที่ปฏิวัติแนวคิดในสมัยนั้นให้กลายเป็นวิธีคิดแบบสร้างสรรค์  หรือคิดแบบครีเอทีฟ  ดังนั้นความหมายของคำว่า Brainstorm คือการมองปัญหาจากในทุกๆด้าน  และตั้งคำถามกับทุกๆมุมมองที่เกิดขึ้นในทันที  โดยไม่มีกรอบใดๆมาจำกัดไว้  หลังจากนั้นจึงค้นหาและเลือกคำตอบที่ "เวิร์ค" ที่สุดนำเอาไปใช้


30 มกราคม 2558

ความจำกับความเข้าใจ

หลายครั้งที่เราตั้งใจอ่านหนังสือเพื่อเอานำเอาความรู้ที่ได้ไปสอบนั้น  ทุกๆคนต่างขมักเขม้นตั้งหน้าตั้งอ่านกันอย่างไม่หยุดไม่อย่อน  บางคนถึงกับอ่านหามรุ่งหามค่ำ  แล้วสุดท้ายพอผลสอบออกมาก็ไม่ได้เป็นดั่งใจหวังที่ตนเองคาดไว้  ลงทุนไปไม่คุ้มเลยเนอะ

ความคิดที่ 6
   

        ผมอยากจะอธิบาย 2 คำนี้ให้ฟัง คำว่า "ความจำ" กับ "ความเข้าใจ" 2 คำนี้มีเส้นบางๆคั่นอยู่ครับและที่สำคัญคือความหมายแตกต่างกันมหาศาล  ถ้าเราใช้ความจำในการอ่านหนังสือเพื่อไปสอบย่อมเป็นความคิดที่ดี  แต่ยังไม่ดีพอ  มีบทความและผลสำควรมากมายที่พิศุจน์ว่า "คนเราจะสามารถจดจำเรื่องราวที่ตนเองประทับใจได้อย่างแม่นยำ  และยากที่จะลืมเลือน" แล้วการอ่านหนังสือเพื่อไปสอบเป็นหนึ่งในเรื่องที่คุณประทับใจหรือไม่  ผมรู้และตอบได้เลยว่าคนส่วนใหญ่จะต้องตอบว่าไม่  บ่อยครั้งที่คนเราใช่ความจำในการทำข้อสอบแบบจำๆเข้าไปสอบ  พอสอบเสร็จออกมาเป็นอันว่าที่จำมาทั้งหมดลืมเลือนหายไปหมดเลย  และโรงเรียนส่วนมากก็มักสอนให้นักเรียนใช้ความจำเข้าไปสอบมากกว่าใช้ความเข้าใจสะด้วยดิ  แย่จัง

        แล้วถ้าเป็นความเข้าใจจะช่วยคุณได้ไหม  แน่นอนครับ  ถ้าคุณต้องการที่จะทำอะไรสักอย่างนึงให้มีประสิทธิภาพ  การใช้ความเข้าใจย่อมเป็นเหตุผลที่ดี  เพราะว่าถ้าคุณเข้าใจในเรื่องที่คุณนั้นศึกษาแล้ว  ในเรื่องของความจำนั้นไม่มีปัญหาเลย  มันจะสามารถจำได้โดยอัติโนมัติ  คุณเคยได้ยินอาจารย์หรือรุ่นพี่ที่เข้าใจเรื่องของเนื้อหาอย่างท่องแท้แนะนำไหม  เค้าจะแนะนำว่า "ไม่ต้องใช้ความจำ  ใช้ความเข้าเป็นหลัก" เช่น ถ้าเป็นโจทย์คณิตศาสตร์ที่ถามว่า 1+1 = 2 ถ้าคุณใช้ความจำในคุณจะเม็มโมรี่ภาพ
1+1 = 2  1+1 = 2  1+1 = 2 ... เป็นแบบนี่เรื่อยไป  แต่ถ้าหากคุณใช้ความเข้าใจ  คุณจะรู้ว่าเรามีค่าอยู่ 1 เพิ่มค่าเข้าไปอีก 1 ก็จะกลายเป็น 2 ค่า  เห็นไหมครับว่าไม่ต้องใช้ความจำเลย  มันง่ายกว่ากันไหม

        ในเรื่องของการใช้ความเข้าใจนั้นใช้ได้กับทุกๆเรื่องนะครับ  ไม่ใช่แค่กับเฉพาะเรื่องสอบอย่างเดียว  แต่เพราะว่าเรื่องสอบที่ยกขึ้นมานั้นเป็นเรื่องที่เห็นได้ชัดมากที่สุด

        สุดท้ายผมอยากจะฝากให้ทุกท่านใช้ความเข้าใจในการดำเนินชีวิตของท่านนะครับ  แล้วคุณจะพบว่ามันมีประโยชน์มากมายกับตัวคุณนะครับ

อยู่คนเดียวให้เป็น

 มนุษย์โลกเราเค้าบอกว่าเป็นสัตว์สังคมครับ  ทุกๆคนล้วนต้องมีสังคม  ไม่ว่าสังคมนั้นจะเล็กหรือใหญ่ก็ตาม  เพราะว่าทุกคนต้องพึ่งพาอาศัยกัน  ต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน  แล้วถ้าหากวันนึงคุณไม่มีใครให้พึ่งพาขึ้นมาล่ะ  คุณจะทำยังไง  ประมาณว่า ไม่มีคนกินข้าวด้วย , ทำอาหารด้วย , เล่นกีฬาด้วยหรือนั่งเลคเชอร์ด้วยตอนเรียนหนังสือ  มันคงเป็นปัญหามากมายเลยสินะสำหรับมนุษย์อย่างเรา  เพราะฉะนั้นจงอยู่คนเดียวให้เป็นส่ะ

ความคิดที่ 5



        บนโลกของเรามีสัตว์อยู่มากมายหลายประเภทครับ  ตามวิชาชีวะวิทยาเลย สัตว์ปีก , สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ , สัตว์เลื่อยคลานและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม  ซึ่งมนุษย์อย่างเราๆก็อยู่ประเภทสุดท้ายที่ผมกล่าวมา (สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมนั้นแหละครับ) แต่สิ่งนึงที่ทำให้มนุษย์เรานั้นแตกต่างจากสัตว์ประเภทอื่นๆนั้นคือ "ความรู้สึกครับ" มนุษย์เรามีความคิดและความรู้สึกที่ลึกซึ่งและซับซ้อนกว่าสัตว์ประเภทอื่นเยอะ  ประมาณว่าคิดข้ามโลกได้เลย  แต่ประเด็นที่ผมจะพูดเนี่ยคือความรู้สึกเนี่ยครับ  สำหรับมนุษย์อย่างเราๆเนี่ยมันลึกซึ้งเหลือเกิน ความสุข , ความเศร้า , ความเหงา , ความมัน บลา บลา บลา ... พูดไปก็คงไม่หมด
เยอะแยะเหลือเกิน  เพราะไอ่ความรู้สึกเนี่ยแหละที่เป็นตัวดึงดูดให้คนเราเข้าหากันเปิดเป็นสังคมขึ้นมา แล้วถ้าคุณไม่มีสังคมล่ะ  แล้วถ้าคุณต้องอยู่คนเดียวขึ้นมา  คุณจะตายไหมครับ
        การอยู่คนเดียวเป็นการอยู่กับตัวเองอยู่กับความคิดและความรู้สึกที่ตนเองได้สร้างขึ้น  ผมว่ามนุษย์เราควรจะแบ่งเวลาในแต่ล่ะวัน  มาอยู่คนเดียวบ้างก็ดีนะครับ  นอกจากจะไม่เดือดร้อนใครแล้ว  ไม่เสียตังและยังทำให้เราได้คิดอะไรที่เป็นอิสระมากมายเลย  ตัวผมเองก็มีนิสัยชอบอยู่คนเดียวนะบางเวลา  มันทำให้เราได้คิดอะไรเยอะแยะมากมายเลย  ถึงแม้ว่าโดยส่วนตัวจะชอบตามเพื่อนสะมากกว่า  ประมาณว่าเพื่อนไปไหนกุไปด้วย  แต่พอทำกิจกรรมเหล่านั้นเสร็จ  ก็กลับมาอยู่ห้องสบายใจครับ  555
     อีกสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะเขียนคือ  ผมว่าในปัจจุบันคนเราอยู่คนเดียวกันไม่ค่อยเป็น  สังเกตจากคนเป็นแฟนกันหลายคู่เลย  ที่อยุ่คนเดียวไม่ค่อยได้  ไปไหนต้องไปด้วยกัน  กินข้าวด้วยกัน  กลับหอก็มาอยู่หอเดียวกัน  แบบว่าถ้าแฟนไม่มาหานี่เป็นอันทะเลาะโกรธกันเลยทีเดียว  น่ากลัวนะนี่!! เพื่อนของผมคนนึงเหมือนกันครับชอบอยู่คนเดียว  เค้าให้เหตุผลว่า "พอเวลาอยู่กับเพื่อนแล้ว  จะมีอารมณ์แบบไม่ค่อยอยากคุยกับใคร  เลยต้องปลีกตัวออกมา  ที่สำคัญคือมันมีเวลาให้ทบทวนตัวเองเยอะ"  ทั้งหมดทั้งมวลผมอยากจะบอกว่าเราทุกคนสามารถอยู่คนเดียวได้อย่างมีความสุข  ผมว่าแค่นี้ก็น่าจะพอแล้วนะ  หรือถ้าใครที่ยังไม่พอผมเองก็ไม่รู้จะช่วยยังไงแล้วล่ะ
        สุดท้ายแล้วผมอยากสนับสนุนนให้ทุกคนได้อยู่คนเดียวบ้างนะครับ  แบ่งเวลาส่วนนึงมาคุยกับตนเองบ้างว่าเราคิดอย่างไรกับเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้น  แล้วคุณจะพบว่ามันได้อะไรมากกว่าที่คุณคิดไว้เยอะเลยทีเดียว  อาจจะอินดี้บ้างแต่เราก็ควรจะอยู่กับมันให้ได้นะ  เพราะว่าช่วงของชีวิตเราที่สุดแล้วก็ต้องมีโมเมนต์แบบนี้เข้ามาอยู่ดี  สุดท้ายแล้วผมอยากให้ทุกคนอยู่คนเดียวให้เป็นครับ +++++