600 ล้านบาท มูลค่าการเป็นสปอนเซอร์สูงสุดของไทยพรีเมียร์ลีก จากการเป็นผู้สนับสนุนหลักของทีมเมืองทองยูไนเต็ดของเครือซิเมนต์ไทย (เอสซีจี) โดยเข้าไปถือหุ้นสโมสร 30% พร้อมกับเปลี่ยนชื่อทีมจากเมืองทองยูไนเต็ด เป็น เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด และปลี่ยนชื่อสนามของทีมจาก ยามาฮ่า สเตเดียม มาเป็น เอสซีจี สเตเดียม
20 ล้านบาท จำนวนเงินสนับสนุนที่สมุทรสงคราม เอฟซี ได้จากสปอนเซอร์รายใหม่ เจนิฟู้ด ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มผัก ผลไม้ สำหรับไทยพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2012
218.4 ล้านบาท มูลค่าของไทยพรีเมียร์ลีก ที่สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยหามาได้จากขายสปอนเซอร์ล่วงหน้า 3 ปี (2011 -2013 ตัวเลข ณ เมษายน 2012) สปอนเซอร์หลักได้แก่ เอไอเอส, ยามาฮ่า, ไทยน้ำทิพย์, ปตท, เบียช้าง
20% ค่าตัวที่สโมสรเอสซีจีตั้งใจแบ่งให้ครอบครัวนักแตะกรณีเกิดการขายนักแตะจริงให้กับสโมสรในต่างประเทศ
141 คือ อันดับของทีมฟุตบอลไทยที่ฟีฟ่าจัดไว้ในปีล่าสุด จากที่ทีมไทยเคยทำอันดับได้ดีที่สุดที่อันดับ 43 เมื่อปี 1998 (2541)
10 ล้านบาท งบที่เอสซีจีเคยใช้ในการสนับสนุนทีมปลาทูคะนอง หรือ สมุทรสงคราม เอฟซี ภายใต้สัญญาทีมเมืองทองยูไนเต็ด
5 ล้านบาท เงินสนับสนุนที่ทีมฟุตบอลที่เข้าแข่งไทยพรีเมียร์ลีกทั้ง 18 ทีมได้รับ โดย 4 ล้านบาทเป็นเงินที่แต่ละสโมสรได้รับค่าลิขสิทธิ์จากสมาคมฟุตบอลฯ ส่วนอีก 1 ล้านบาทจากการกีฬาแห่งประเทศไทย
80.4 ล้านบาท มูลค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดไทยพรีเมียร์ลีก 3 ฤดูกาล 2011 - 2013 ซึ่งมีบริษัท ทรู วิชั่นส์ จำกัด ( มหาชน ) เป็นผู้ซื้อลิขสิทธิ์
200 ล้านบาท ค่าตัวขั้นต่ำของ "ธีรศิลป์ แดงดา" กองหน้าทีมเอสซีจี เมืองทองยูไนเต็ด ที่เอสซีจี เมืองทองยูไนเต็ด กำหนดไว้ กรณีที่สโมสรในตุรกี และในลีกญี่ปุ่น สนใจทาบทามซื้อตัว และคาดว่าธีรศิลป์ควรจะมีค่าเหนื่อยไม่ต่ำกว่าสัปดาห์ละ 30,000 เหรียญ
6 - 7 แสนบาทต่อเดือน ค่าเหนื่อยที่ ธีรศิลป์ แดงดา รับจากทีมเอสซีจี เมืองทองยูไนเต็ดในปัจจุบัน


