TopBar Ads

27 เมษายน 2556

ความเป็นมาของอาเซียน





            อาเซียนหรือสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Assciation of Southeast Asian Nations หรือ ASEAN) ก่อตั้งขึ้นโดยปฏิญญากรุงเทพ(The Bangkok Declaration ) เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2510โดยมีสมาชิกผู้ก่อตั้ง 5 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออก-เฉียงใต้ ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ ได้ลงนามใน   
    
            “ปฏิญญากรุงเทพฯ” (Bangkok Declaration) เพื่อจัดตั้งสมาคมความร่วมมือกันในการเพิ่มอัตราการเจริญเติบโต ทางเศรษฐกิจ การพัฒนาสังคม การพัฒนาวัฒนธรรมในกลุ่มประเทศสมาชิก และการธำรงรักษาสันติภาพและความมั่นคง ในพื้นที่และเป็นการเปิดโอกาสให้คลายข้อพิพาทระหว่างประเทศสมาชิกอย่างสันติของระดับภูมิภาคของประเทศต่างๆ ในเอเชีย ในเวลาต่อมาได้มี บูรไนดารุสซาราม  (เข้าเป็นสมาชิกตั้งแต่ 8 มกราคม 2527)สาธารณรัฐสังคมคมนิยมเวียดนาม (เข้าเป็นสมาชิกตั้งแต่ 28 กรกฎาคม 2538) สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (เข้าเป็นสมาชิกตั้งแต่ 23 กรกฎาคม 2540) สหภาพพม่า (เข้าเป็นสมาชิกตั้งแต่ 23 กรกฎาคม 2540) ราชอาณาจักรกัมพูชา (เข้าเป็นสมาชิกตั้งแต่ 30 เมษายน 2542) ตามลำดับทำให้อาเซียนมีสมาชิกครบ 10ประเทศ   
วัตถุประสงค์หลัก
                          
ปฏิญญากรุงเทพฯ ได้ระบุวัตถุประสงค์สำคัญ 7 ประการของการจัดตั้งอาเซียน ได้แก่ 

      1.  ส่งเสริมความร่วมมือและความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม เทคโนโลยี
           วิทยาศาสตร์ และการบริหาร 
      2.  ส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงส่วนภูมิภาค 
      3.  เสริมสร้างความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจพัฒนาการทางวัฒนธรรมในภูมิภาค 
      4.  ส่งเสริมให้ประชาชนในอาเซียนมีความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดี 
      5. ให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในรูปของการฝึกอบรมและการวิจัย และส่งเสริมการศึกษาด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
      6. เพิ่มประสิทธิภาพของการเกษตรและอุตสาหกรรม การขยายการค้า ตลอดจนการปรับปรุงการขนส่งและการคมนาคม
      7. เสริมสร้างความร่วมมืออาเซียนกับประเทศภายนอก องค์การ ความร่วมมือแห่งภูมิภาคอื่นๆ   
          และองค์การระหว่างประเทศ

          ตลอดระยะเวลา กว่า 40ปีที่มีการก่อตั้งอาเซียน ถือว่าได้ประสบความสำเร็จจนเป็นที่ยอมรับจากหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นด้านการเมืองเเละความมั่นคง ด้านเศรษฐกิจและการพัฒนาด้านสังคมและวัฒนธรรม ซึ่งประเทศไทยได้รับ ประโยชน์อย่างมากจากความร่วมือต่างๆของอาเซียน   ไม่ว่าจะเป็นประโยชน์จากการที่ภูมิภาค เป็นเสถียรภาพและสันติภาพ อันเป็นผลจากกรอบความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคง ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ความร่วมือด้านสังคมและ วัฒนธรรม ซึ่งถ้าหากไม่มีความร่วมมือเหล่านี้แล้ว คงเป็นการยากที่จะพัฒนาประเทศได้โดยลำพัง

มารู้จัก 10 ประเทศอาเซียนกัน

1.บรูไนดารุสซาลาม (Brunei Darussalam) 

          ประเทศบรูไน มีชื่อเป็นทางการว่า "เนการาบรูไนดารุสซาลาม" มีเมือง "บันดาร์เสรีเบกาวัน"เป็นเมืองหลวง ถือเป็นประเทศที่มีขนาดไม่ใหญ่นัก เพราะมีพื้นที่ประมาณ 5,765 ตารางกิโลเมตร ปกครองด้วยระบบสมบูรณาญาสิทธิราช โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข มีประชากร 381,371 คน (ข้อมูลปี พ.ศ.2550) โดยประชากรเกือบ 70% นับถือศาสนาอิสลาม และใช้ภาษามาเลย์เป็นภาษาราชการ

2.ราชอาณาจักรกัมพูชา (Kingdom of Cambodia)

          เมืองหลวงคือ กรุงพนมเปญ เป็นประเทศที่มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศไทยทางทิศเหนือ และทิศตะวันตก มีพื้นที่ 181,035 ตารางกิโลเมตร หรือขนาดประมาณ 1 ใน 3 ของประเทศไทย มีประชากร 14 ล้านคน (ข้อมูลปี พ.ศ.2550) โดยประชากรกว่า 80% อาศัยอยู่ในชนบท 95% นับถือศาสนาพุทธนิกายเถรวาท ใช้ภาษาเขมรเป็นภาษาราชการ แต่ก็มีหลายคนที่พูดภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส และเวียดนามได้

3.สาธารณรัฐอินโดนีเซีย (Republic of Indonesia)

          เมืองหลวงคือ จาการ์ตา ถือเป็นประเทศหมู่เกาะขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีพื้นที่ 1,919,440 ตารางกิโลเมตร และมีประชากรมากถึง 240 ล้านคน (ข้อมูลปี พ.ศ.2553) โดย 61% อาศัยอยู่บนเกาะชวา ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม และใช้ภาษา Bahasa Indonesia เป็นภาษาราชการ

4.สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) (The Lao People's Democratic Republic of Lao PDR)

          เมืองหลวงคือ เวียงจันทน์ ติดต่อกับประเทศไทยทางทิศตะวันตก โดยประเทศลาวมีพื้นที่ประมาณครึ่งหนึ่งของประเทศไทย คือ 236,800 ตารางกิโลเมตร พื้นที่กว่า 90% เป็นภูเขาและที่ราบสูง และไม่มีพื้นที่ส่วนใดติดทะเล ปัจจุบัน ปกครองด้วยระบอบสังคมนิยม โดยมีประชากร 6.4 ล้านคน ใช้ภาษาลาวเป็นภาษาหลัก แต่ก็มีคนที่พูดภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาฝรั่งเศสได้ ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ 

5.ประเทศมาเลเซีย (Malaysia)

          เมืองหลวงคือ กรุงกัวลาลัมเปอร์ เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในเขตศูนย์สูตร แบ่งเป็นมาเลเซียตะวันตกบคาบสมุทรมลายู และมาเลเซียตะวันออก ตั้งอยู่บนเกาะบอร์เนียว ทั้งประเทศมีพื้นที่ 329,758 ตารางกิโลเมตร จำนวนประชากร 26.24 ล้านคน นับถือศาสนาอิสลามเป็นศาสนาประจำชาติ ใช้ภาษา Bahasa Melayu เป็นภาษาราชการ

6.สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ (Republic of the Philippines)

          เมืองหลวงคือ กรุงมะนิลา ประกอบด้วยเกาะขนาดต่าง ๆ รวม 7,107 เกาะ โดยมีพื้นที่ดิน 298.170 ตารางกิโลเมตร มีประชากร 92 ล้านคน (ข้อมูลปี พ.ศ.2553) ส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์ และเป็นประเทศที่มีประชากรนับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกเป็นอันดับ 4 ของโลก มีการใช้ภาษาในประเทศมากถึง 170 ภาษา แต่ใช้ภาษาอังกฤษ และภาษาตากาลอก เป็นภาษาราชการ

7.สาธารณรัฐสิงคโปร์ (The Republic of Singapore)

          เมืองหลวงคือ กรุงสิงคโปร์ ตั้งอยู่บนตำแหน่งยุทธศาสตร์ที่เป็นศูนย์กลางคมนาคมทางเรือของอาเซียน จึงเป็นประเทศที่มีการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจมากที่สุดในย่านนี้ แม้จะมีพื้นที่ราว 699 ตารางกิโลเมตรเท่านั้น มีประชากร 4.48 ล้านคน ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาทางการ แต่มีภาษามาเลย์เป็นภาษาประจำชาติ ปัจจุบันใช้การปกครองแบบสาธารณรัฐ (ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา มีสภาเดียว)

8.ราชอาณาจักรไทย (Kingdom of Thailand)

          เมืองหลวงคือกรุงเทพมหานคร มีพื้นที่ 513,115.02 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วย 77 จังหวัด มีประชากร 65.4 ล้านคน (ข้อมูลปี พ.ศ.2553) ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ และใช้ภาษาไทยเป็นภาษาราชการ ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นองค์ประมุขของประเทศ

9.สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (The Socialist Republic of Vietnam)

          เมืองหลวงคือ กรุงฮานอย มีพื้นที่ 331,689 ตารางกิโลเมตร จากการสำรวจถึงเมื่อปี พ.ศ.2553 มีประชากรประมาณ 88 ล้านคน ประมาณ 25% อาศัยอยู่ในเขตเมือง ส่วนใหญ่ร้อยละ 70 นับถือศาสนาพุทธนิกายมหายาน ที่เหลือนับถือศาสนาคริสต์ ปัจจุบัน ปกครองด้วยระบอบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ 

10.สหภาพพม่า (Union of Myanmar)

          มีเมืองหลวงคือ เนปิดอว ติดต่อกับประเทศไทยทางทิศตะวันออก โดยทั้งประเทศมีพื้นที่ประมาณ 678,500 ตารางกิโลเมตร ประชากร 48 ล้านคน กว่า 90% นับถือศาสนาพุทธนิกายเถรวาท หรือหินยาน และใช้ภาษาพม่าเป็นภาษาราชการ 

Credit  by : http://www.thaimaster.info/pornpilai/wannisa/asean/asean_info.html
                    http://hilight.kapook.com/view/67028

ตัวอย่างหนังใหม่ Iron Man 3 มนุษย์หุ่นเหล็ก



Iron Man 3 ไอรอน แมน 3 (Walt Disney Studios Motion Pictures)
เฟซบุ๊กทางการภาพยนตร์ Iron man 3 ประเทศไทย, marvel.com

กำหนดฉาย : 1 พฤษภาคม 2556
แนว : แอ็คชั่น/ผจญภัย
นำแสดง : โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์, กวินเนท พัลโทรว์, ดอน เชียเดิล, กาย เพียสซ์, รีเบคก้า ฮอลล์, สเตฟานี โซสทากค์, เจมส์ แบดจ์ เดล ร่วมด้วย จอน ฟาฟโรว์, เบ็น คิงส์ลีย์
กำกับ : เชน เบล็ค
อำนวยการสร้าง : เควิน ไฟกี

          มาร์เวลส์ ไอรอน แมน 3 โทนี่ สตาร์ค/ไอรอน แมน อัจฉริยะนักอุตสาหกรรมสุดเกรียน ตกอยู่ภายใต้หลุมพรางของศัตรูผู้ไม่รู้จักขอบเขตของคำว่าโหดร้าย เมื่อสตาร์คพบว่าโลกส่วนตัวของเขาได้ถูกทำลายลงด้วยเงื้อมมือของศัตรูเหล่านั้น เขาจึงออกตามล่าคนที่ต้องรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบพลิกแผ่นดิน ในทุกย่างก้าวของการเดินทางครั้งนี้ คือการทดสอบความเข้มแข็งของเขา เมื่อหลังชนฝา สตาร์คเอาตัวรอดมาได้โดยอุปกรณ์ต่าง ๆ ของเขาเอง สิ่งที่พึ่งพาได้ในตอนนี้ก็คือความเป็นนักประดิษฐ์และสัญชาตญาณ เพื่อจะปกป้องคนที่เขารักเมื่อเขาลุกขึ้นสู้อีกครั้ง สตาร์คจึงได้พบกับคำตอบของคำถามที่คอยหลอกหลอนเขามาโดยตลอดว่าคนสร้างชุดเกราะหรือชุดเกราะสร้างคนกันแน่?

          นำแสดงโดย โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์, กวินเนท พัลโทรว์, ดอน เชียเดิล, กาย เพียสซ์, รีเบคก้า ฮอลล์, สเตฟานี โซสทากค์, เจมส์ แบดจ์ เดล ร่วมด้วย จอน ฟาฟโรว์, และ เบ็น คิงส์ลีย์ ไอรอน แมน 3 กำกับโดย เชน แบล็ค จากบทภาพยนตร์โดย ดริว เพียซ และเชน แบล็ค โดยอิงจากซูเปอร์ฮีโร่ยอดนิยมของมาร์เวล ไอรอน แมน ที่ปรากฏตัวครั้งแรกในการ์ตูนเรื่อง เทลส์ ออฟ ซัสเพนส์ เล่มที่ 39 ในปี 1963 และได้มีหนังสือการ์ตูนเป็นของตัวเองในชื่อ ดิ อินวินซิเบิ้ล ไอรอน แมน เล่ม 1 ในเดือนพฤษภาคม ปี 1968
          ไอรอน แมน 3 นำเสนอโดย มาร์เวล สตูดิโอส์ ในความร่วมมือของ พาราเมาท์ พิคเจอร์ และ ดีเอ็มจี เอ็นเตอร์เทนเมนท์ อำนวยการสร้างโดยประธานบริษัท มาร์เวล สตูดิโอส์ เควิน ไฟกี และจอน ฟาฟโรว์, หหลุยส์ เดอเอสโพซิโต้, อลัน ไฟน์, แสตน ลี, ชาร์ลส์ นีเวิร์ธ, วิคตอเรีย อลอนโซ, สตีเฟ่น เบราส์ซาด, และแดน มินซ์ เป็นผู้อำนวยการสร้างบริหาร ไอรอน แมน 3

          พบกับการกลับมาของมหาประลัยคนเกราะเหล็ก กับครั้งแรกในรูปแบบ 3 มิติ 1 พฤษภาคม 2556













22 เมษายน 2556

App สุดฮิต!! ดารากำลังฮิตโพสต์ ติ๊กเก้อ

ดารากำลังฮิตโพสต์ ติ๊กเก้อ แอพดังโดนใจวัยรุ่น





ล่า สุดที่ใครๆ กำลังพูดถึง "ติ๊กเก้อ" ที่งานนี้เหล่าดาราคนดังบ้านเรามีหรือที่จะตกกระแส ขะมักเขม่นขยันโพสต์ภาพหยอกล้อเล่นกับแฟนๆ พร้อมแนบข้อความเสี่ยวๆ เก๋ๆ ที่เห็นอยู่ท้ายรถสิบล้อ แต่โดนใจวัยรุ่นยิ่งนัก แบบนี้เลยได้ไลค์ไปเต็มๆ ใครๆ ก็แห่กันเล่นตาม...










19 เมษายน 2556

The Queen's Diamond Jubilee Celebrations



ปีนี้ใครที่ได้มาเยือนเกาะอังกฤษแห่งนี้  ถือว่าเป็นปีที่คึกคักกันเลยทีเดียว  เนื่องจากจะมีงานใหญ่เกิดขึ้นถึงสองงานด้วยกัน  ทั้งงานกีฬาโอลิมปิกเกมส์  และงานสำคัญอีกงานที่จะเริ่มเฉลิมฉลองกันตลอดเดือนมิถุนายนนี้ คืองาน  Queen  Elizabeth  ll's Diamond (60th) Jubilee  Celebrations สมเด็จพระราชินีอลิซาเบธที่สอง  ประมุขของสหราชอาณาจักร  ทรงครองราชย์ครบ  60  ปี  ในปีนี้

สมเด็จพระราชินีอลิซาเบสที่สอง  เสด็จขึ้นครองราชย์ในวันที่  6  กุมภาพันธ์  พ.ศ.  2495  (ค.ศ. 1952) โดยงานเฉลิมฉลองการครองราชสมบัติครบ  60  ปีนี้  ทางการอังกฤษได้เตรียมงานพิธีสำคัญและการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่  โดยการเฉลิมฉลองจะมีขึ้นยาว  4  วัน  ในวันที่  2 - 5 มิถุนายน

งานพิธีสำคัญที่ทุกคนเฝ้ารอ  คือ  การจัดขบวนเรือพระราชพิธี  ที่ประกอบไปด้วยเรือขนาดต่างๆ  ประมาณ  1,000 ลำ  ที่ประดับตกแต่งอย่างสวยงาม  ที่แล่นเรียงต่อกันเป็นระยะทางกว่า  11  กิโลเมตร ล่องไปตามแม่น้ำเทมส์  พร้อมด้วยการประดับดวงไฟสวยงามทั่วประเทศ  นอกจากนี้  รัฐบาลได้จัดทำชุดแสตมป์ที่ระลึกประกอบด้วยพระบรมสาทิสลักษณ์  6  ภาพ รวมถึงบางพื้นที่  จะมีการปิดถนนเพื่อจัดงานเลี้ยงกัน  ที่เรียกว่า  The  Big  Jubilee  Lunch  และตามร้านค้าต่างๆ มีการนำเสนอของที่ระลึกสำหรับวาระครบรอบยิ่งใหญ่แบบนี้



บรรยากาศการตกแต่งด้วยธงชาติ  ตามถนนและอาคารต่างๆ  
ย่านช้อปปิ้งชื่อดัง Oxford Street












Hungry Jack เบอร์เกอจิ๋วน่าอร่อย




Hungry Jack’s หรือ Burger King ในประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ได้คิดค้นเบอร์เกอร์รูปแบบใหม่สู่ตลาดอาหาร Fast Food ในออสเตรเลีย อันที่จริงมันก็คือการนำเมนูเก่ามาเล่าใหม่ โดยเบอร์เกอร์แบบใหม่นั้นมีขนาดเพียงครึ่งเดียวของขนาดปรกติ พร้อมมาเป็นแพ็กคู่ เบอร์เกอร์จิ๋วมีให้เลือก 2 รสชาติ คือCheeseburger และ BBQ Rodeo ความพิเศษของเบอร์เกอร์จิ๋วนั้นไม่ได้อยู่ที่ขนาดพอดีคำเพียงอย่างเดียว แต่ลูกค้าสามารถเลือกทั้ง 2 เมนูได้ในหนึ่งคู่เบอร์เกอร์ 

ถึงแม้ว่า Burger King ในอเมริกาได้นำเสนอเมนู Mini ไปเมื่อไม่กี่ปีก่อน ด้วยเบอร์เกอร์จำนวน 6, 8 และ 12 ชิ้นต่อชุด Hungry Jack’s ไม่มีแผนที่จะใช้เส้นทางเดียวกัน เพราะเบอร์เกอร์จิ๋วจำนวน 4 และ 6 ชิ้นได้ถูกเสนอแก่ผู้บริโภคในช่วงทดลอง แต่เมนู 2 ชิ้นคู่เท่านั้นที่ชนะใจชาวออสซี่ โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงและลูกค้าที่มองหาอาหารปริมาณเสิร์ฟไม่ใหญ่นัก

เมนู Mini นั้นประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากจน Hungry Jack’s จะนำไปปรับใช้กับเมนูอื่นๆ ในร้าน การนำเสนอสูตร Mini นั้นมาพร้อมกับแคมเปญ “Make it better” ที่พัฒนาคุณค่าทางโภชนาการของอาหาร และความหลากหลายของเมนู Hungry Jack’s 







12 เมษายน 2556

ตำนานกางเกงยีน levi's







นายลีวาย สเตราส์ (Levi Strauss) ชาวเยอรมัน เป็นผู้หนึ่งที่ร่วมอยู่ในยุคตื่นทอง เมื่อปี ๕.ศ.1850 ซึ่งทุกคนต่างมุ่งหน้าไปขุดทองที่เหมืองในเมืองซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา สเตราส์เดินทางไปที่นั่นเช่นกัน เขาไปเพื่อขายของ ซึ่งของที่นำไปขายได้ขายหมดระหว่างทาง เหลือเพียงผ้าเต็นท์เท่านั้น เมื่อไปถึงเหมือง ชาวเหมืองคนหนึ่งบอกให้เขาหากางเกงที่ทนทานมาขายบ้าง เพราะกางเกงคนขุดเหมืองขาดง่าย

คำพูดนี้จุดประกายความคิดให้สเตราส์ทันที เขาจึงนำเอาผ้าเต็นท์มาให้ช่างตัดเป็นเสื้อและกางเกง แล้วนำออกขาย ปรากฏว่าขายดีอย่างนึกไม่ถึงจนผ้าเต็นท์หมดในไม่ช้าสเตราส์จึงสั่งผ้าใบเรือมาตัดเสื้อผ้า ในขณะที่ผ้าเต็นท์ขาดตลาด เขาสั่งผ้าหนาอีกหลายชนิดมาจากนิวยอร์ก และนำมาย้อมเป็นสีน้ำเงินคราม อันเป็นสัญลักษณ์ของเสื้อผ้ากรรมกร

ปี ค.ศ.1860 ช่างตัดเสื้อชื่อ นายจาคอบ เดวิส (Jacob Davis) จากรัฐเนวาดาได้ตอกหมุดตามมุมกระเป๋ากางเกงของคนงานเหมือง เพื่อให้บริเวณนั้นที่มักขาดเสมอแข็งแรงขึ้น สเตราส์นำวิธีการตอกหมุดมาใช้กับกางเกงเสื้อผ้าที่มีเนื้อผ้าหนาของเขาและตั้งชื่อว่า “ลีวาย” (Levi’s) ในวันที่ 20 พฤษภาคม 

ต่อมาในปี 1873 Levi Strauss and Jacob Davis ได้ร่วมจดสิทธิบัตรการตอกหมุดบนกางเกงตามรูปแบบที่ Jacob Davis คิดค้นเพื่อเสริมความคงทนตามรอยต่อของตะเข็บกางเกง และได้ผลิต "Copper-Riveted Waist Overalls" ดังที่ปรากฎในวันที่บนป้ายที่ขอบเอว Patented May 20 1873 และในเวลานั้นเองได้เริ่มเย็บปีกนกเป็นสัญลักษณ์การค้า โดยผืนผ้าแรกเริ่มของ Copper-Riveted Waist Overalls แน่นอนที่สุดต้องเป็น Cotton Duck และ Denim ซึ่งเป็นผืนผ้าที่มีความคงทนสูงมาก ซึ่งในยุคแรกเริ่มของ Copper-Riveted Waist Overalls ผืนผ้าเดนิมที่ Levi เลือกใช้ผลิตโดยโรงงานทอ Amoskeag ที่ New Hampshire โดยผืนผ้าเดนิมที่สั่งมานี้ถูกเรียกว่า "XX" เพื่อสื่อถึงความหนาและคุณภาพของผืนผ้า และในปี 1890 ก็ได้มีการใช้ตัวเลข "501" มากำหนดเป็นหมายเลขชนิดของผืนผ้าเดนิมที่ใช้ซึ่งเป็นการให้กำเนิดชื่อเรียกของกางเกงเดนิมแห่งตำนาน ต่อมาเมื่อคนงานใดๆ หากได้ลองสวมใส่กางเกง Waist Overalls ที่ผลิตจากผืนผ้าเดนิมที่เมื่อยิ่งใช้ไปนานเข้าได้สัมผัสถึงความนุ่มนวลของผ้าเดนิม แต่ยังแฝงไปด้วยความคงทน จึงเริ่มนิยมกางเกงที่ผลิตจากผ้า Denim มากว่าผ้า Cotton Duck ซึ่งมีความแข็งกระด้างกว่ามาก และในที่สุดปี 1911 ทาง Levi ได้เลิกผลิต Overalls ที่ทำจากผ้า Cotton Duck ดังนั้นผืนผ้าเดนิมจึงกลายเป็นผืนผ้าหลักสำหรับกางเกง Overalls ที่ผลิตโดยบ. Levi ต่อมาในปี 1915 ทาง Levi ได้เริ่มสั่งผลิตผืนผ้าเดนิมจากโรงงานทอแห่งใหม่คือ Cone Mills ที่ North Carolina และในปี 1922 ผืนผ้าเดนิมที่ใช้ตัดเย็บทั้งหมดสั่งจาก Cone Mills โดยสำหรับ Levi โรงงานทอแห่งนี้เป็นผู้ให้กำเนิดสัญลักษณ์ของขอบผ้า "Red line"

ต่อมายุค 1930s ในยุคนี้ได้ถือเป็นจุดสำคัญ ที่การเรียกกางเกงเดนิมที่ผลิตจาก Levi ว่า Overalls กำลังจะเปลี่ยนเป็น Jeans ทั้งที่ไม่ได้ผลิตจากผ้า Jean แต่ผลิตจากผืนผ้า Denim โดยเหตุผลที่การเรียกชื่อกางเกง Leviเปลี่ยนไป มาจากสองเหตุหลัก เหตุผลแรกคือ ในดินแดนอเมริกาตะวันตก รูปแบบการใช้งาน overalls ที่ผลิตโดย Levi ได้เปลี่ยนแปลงไป จากกางเกงที่สวมใส่สำหรับทำงานหนัก สำหรับแรงงานกรรมกร ก็ถูกขยายและปรับเปลี่ยนเป็นไว้สวมใส่ทั่วไป คาวบอยในฟาร์มก็สวมใส่กันอย่างแพร่หลาย ในยุคนี้เมื่อคนจากฝั่งอเมริกาตะวันออกหรือจากนิวยอร์ก มาเห็นเข้าและเริ่มนำมาสวมใส่บ้าง จึงเรียกกางเกงที่มีเบลท์หลังที่ผลิตจากผืนผ้าเดนิมสีน้ำเงินนี้ว่า "Jeans" ตามการเรียกที่คุ้นเคย เพราะเห็นว่ากางเกงชนิดนี้รูปแบบการใช้งานไม่ใช่กางเกง Overalls ที่คนในฝั่งอเมริกาตะวันออกจะใช้เรียกกางเกงสำหรับแรงงานสวมใส่อีกต่อไป แต่เห็นว่ากางเกงเบลท์หลังสีน้ำเงินที่เห็นคือกางเกง Jeans ที่คนตะวันออกเอาไว้ใส่เวลาทำงานกลางแจ้งเบาๆ หรือเอาไว้ใส่เวลาท่องเที่ยว เป็นการเรียก Jeans โดยเน้นไปที่รูปแบบการใช้งานโดยไม่สนชนิดของผ้าที่นำมาผลิตเพราะยังไงเมื่อดูผ่านๆจากภายนอกก็ดูเป็นผืนผ้าสีน้ำเงินแบบเดียวกัน เหตุผลที่สองคือ ในยุคนี้ทาง Levi ได้มีผลิตกางเกงสำหรับเด็กโดยใช้ผ้า Denim น้ำหนักเบาและเรียกกางเกงที่ผลิตขึ้นมาใหม่ว่า กางเกง Jeans ที่เรียกเช่นนี้เพราะเรียกตามรูปแบบการใช้งานที่เอาไว้ให้เด็กใส่เล่นซนได้ทั่วไป ไม่ใช่กางเกงทำงาน อย่างไรก็ตามในเวลานี้ กางเกง Lot 501 ผ้า denim น้ำหนักมาตรฐานก็ยังคงถูกคนอเมริการตะวันตกใน San Francisco เรียก overalls อยู่เช่นเดิม

หลังจากนั้นอีกเกือบ 20 ปีเมื่อเด็กๆ ในดินแดนอเมริกาตะวันตกโตขึ้นมาเป็นหนุ่มใหญ่ จึงเรียกกางเกงผ้าหยาบสีน้ำเงินของ Levi ที่ผลิตจากผืนผ้าเดนิมว่า Jeans ตามที่คุ้นชินในการเรียกตั้งแต่เด็ก และในช่วงเวลาเดียวกันเมื่อกางเกง Levi เป็นที่โด่งดังไปทั่วอเมริกา ทาง Levi Strauss & Co. ได้เริ่มส่งสินค้าไปวางขายในเมืองฝั่งอเมริกาตะวันออกและในนิวยอร์ก จึงใช้คำว่า Jeans ในการโฆษณากางเกง เดนิม 501 ทั้งนี้เพื่อสื่อให้ตรงกับความเข้าใจของชาวอเมริกาตะวันออกที่นิยมเรียกกางเกงผ้าฝ้ายสีน้ำเงินที่ผลิตจาก Levi อย่างแพร่หลายว่า Jeans นั่นเอง นี่คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวต่อไปนี้.......

ล่วงเข้าสู่ปี ค.ศ.2003 ความสำคัญของ Brand Levi’s เปี่ยมด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์ยีนส์โลก
คือ เป็นการเฉลิมฉลองวาระครบรอบการก่อตั้งบริษัท Levi Strauss & Co. 150 ปี และครบรอบ 130 ปี ที่
Levi Strauss And jakob W David ร่วมกันรังสรรค์สร้างผลิตภัณฑ์ Danim Jeans ขึ้นมาเป็นมรดกของ
โลก สิ่งที่น่าสนใจอีกเรื่องหนึ่งที่นำเสนอในงานนี้คือ มีการค้นพบกางเกงยีนส์ Levi's ตัวหนึ่งที่เหมืองใน
เนวาดา หลังจากตรวจสอบ ลินน์ ดาวนี่ย์ นักประวัติศาสตร์ยีนส์ Levi's แห่งบริษัท Levi's ได้รับการยืนยัน
ว่า นี่แหละคือกางเกงยีนส์เก่าแก่ที่สุดในโลก ผลิตตัดเย็บในปี 1890 บริษัทจึงเปิดให้มีการประมูล พิพิธภัณฑ์
Levi's ได้ประมูลมันกลับมาสู่บ้านเกิด ด้วยราคากว่า 4 หมื่น 6 พันกว่าเหรียญ หรือประมาณ 1.8 ล้านบาท 
สิ่งที่ได้มานั้นแทบไม่น่าเชื่อว่ากางเกงยีนส์ Levi's ที่ผลิตจากผ้าฝ้ายนั้น มันสามารถมีอายุคงทนอยู่ได้เกิน
กว่า 100 ปี นี่คือข้อพิสูจน์อย่างหนึ่งที่ Levi's ภาคภูมิใจนักหนา ว่าเขาคือ "ยีนส์ที่ทนทานทรหดที่สุดใน
โลก"

                     http://board.postjung.com/629586.html

11 เมษายน 2556

Better in time : ช่วงเวลาที่ดีที่สุด





สำหรับเพลงนี้นะครับ  ก็เป็นเพลงความหมายดีๆ เพลงหนึ่ง  ลองเอาไปอ่านคำแปล  แล้วลองฟังดูว่าใครจะฟินแบบผมบ้าง  Leona Lewis-Better in Time
                                        

It's been the longest winter without you
ดูเหมือนฤดูหนาวจะยาวนานที่สุดเวลาที่ไม่มีเธอ
I didn't know where to turn to 
ฉันไม่รู้ว่าจะอบอุ่นได้ยังไง
Seems somehow I can't forget you
ท่าทางฉันจะตัดใจจากเธอไม่ไหว
After all that we've been through
ตั้งแต่มีเรื่องราวระหว่างเรา
Going coming thought I heard a knock
จะว่าไป  ฉันว่าฉันได้ยินใครบางคนเรียกฉันอยู่เหมือนกัน
Who's there no one
แต่มองดูแล้วกลับไม่เห็นใครเลย
Thinking that I deserve it 
ฉันว่ามันก็สมควรเป็นแบบนั้นอยู่แล้วล่ะ
Now I realise that I really didn't know
ฉันเข้าใจ.. ฉันมันไม่ได้รู้ดีจริงๆหรอก
If you didn't notice you mean everything 
ถ้าหากเธอไม่สน ว่าเธอมีความหมายกับฉันทุกอย่าง
Quickly I'm learning to love again
ไม่สนทั้งที่เธอทำให้ฉันกล้าที่จะรักได้ทุกเมื่อ
All I know is I'm gon' be ok
เท่าที่ฉันรู้ตอนนี้ ... ไม่ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ฉันก็ไม่เป็นไรจริงๆ
Thought I couldn't live without you
เคยคิดว่าคงอยู่ไม่ไหวถ้าฉันขาดเธอ
It's gonna hurt when it heals too
มันคงต้องเจ็บปวดเกินกว่าจะเยียวยา
It'll all get better in time
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทุกอย่างก็จะดีขึ้น
And even though I really love you
และเคยคิดว่า รักที่ให้เธอไปคือรักแท้ทั้งหมดที่มี
I'm gonna smile cause I deserve to 
ฉันจะยิ้มได้เพราะมีมันอยู่
It'll all get better in time
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทุกอย่างก็จะดีขึ้น
I couldn't turn on the TV
ฉันคงทนดูอะไรต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว
Without something there to remind me 
ถ้าอยู่ไปโดยไม่มีสิ่งที่คอยย้ำเตือนฉัน
Was it all that easy
ที่ผ่านมามันเคยง่ายไปหมดทุกอย่าง
To just put aside your feelings
เวลาที่ฉันได้ฝากหัวใจเอาไว้กับเธอ
If I'm dreaming don't wanna laugh
ถ้าหากความฝันของฉัน ไม่อยากทำให้ฉันหัวเราะอีกแล้ว
Hurt my feelings but that's the path
มีวิธีเดียวก็คือ ต้องทำร้ายความรู้สึกของฉันเท่านั้น
I believe in 
ส่วนคนอย่างฉันมั่นคงพอ
And I know that time will heal it
และฉันเข้าใจว่าเวลาจะช่วยรักษามันเอง
If you didn't notice you mean everything 
ถ้าหากเธอไม่สน ว่าเธอมีความหมายกับฉันทุกอย่าง
Quickly I'm learning to love again
ไม่สนทั้งที่เธอทำให้ฉันกล้าที่จะรักได้ทุกเมื่อ
All I know is I'm gon' be ok
เท่าที่ฉันรู้ตอนนี้ ... ไม่ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ฉันก็ไม่เป็นไรจริงๆ
Thought I couldn't live without you
เคยคิดว่าคงอยู่ไม่ไหวถ้าฉันขาดเธอ
It's gonna hurt when it heals too
มันคงต้องเจ็บปวดเกินกว่าจะเยียวยา
It'll all get better in time
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทุกอย่างก็จะดีขึ้น
And even though I really love you
และเคยคิดว่า รักที่ให้เธอไปคือรักแท้ทั้งหมดที่มี
I'm gonna smile cause I deserve to 
ฉันจะยิ้มได้เพราะมีมันอยู่
It'll all get better in time
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทุกอย่างก็จะดีขึ้น

 
Since there's no more you and me
เมื่อเธอกับฉันไม่เหลือหนทางอีกต่อไปแล้ว
It's time I let you go 
ถ้ามันเป็นแบบนั้นจริงๆฉันก็ยอมให้เธอไป
So I can be free
เพราะฉันอยู่ด้วยตัวเองได้
And live my life how it should be 
และมีชีวิตอยู่ได้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
No matter how hard it is I'll be fine without you
ไม่ว่ามันจะลำบากแค่ไหน
ฉันก็ไม่เป็นอะไรทั้งนั้นแม้ฉันไม่มีเธออีกแล้วก็ตาม
Yes I will
ไว้ใจได้เลย.. ฉันทำได้
Thought I couldn't live without you
เคยคิดว่าคงอยู่ไม่ไหวถ้าฉันขาดเธอ
It's gonna hurt when it heals too
มันคงต้องเจ็บปวดเกินกว่าจะเยียวยา
It'll all get better in time
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทุกอย่างก็จะดีขึ้น
And even though I really love you
และเคยคิดว่า รักที่ให้เธอไปคือรักแท้ทั้งหมดที่มี
I'm gonna smile cause I deserve to 
ฉันจะยิ้มได้เพราะมีมันอยู่
It'll all get better in time
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทุกอย่างก็จะดีขึ้น
Thought I couldn't live without you
เคยคิดว่าคงอยู่ไม่ไหวถ้าฉันขาดเธอ
It's gonna hurt when it heals too
มันคงต้องเจ็บปวดเกินกว่าจะเยียวยา
It'll all get better in time
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทุกอย่างก็จะดีขึ้น
And even though I really love you
และเคยคิดว่า รักที่ให้เธอไปคือรักแท้ทั้งหมดที่มี
I'm gonna smile cause I deserve to 
ฉันจะยิ้มได้เพราะมีมันอยู่
It'll all get better in time
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทุกอย่างก็จะดีขึ้น







10 เมษายน 2556

การสอบเป็นขุนนางจีนในอดีต กับกลเม็ดกลโกง



ไม้กระดานสองแผ่นที่ผู้เข้าสอบสามารถเปลี่ยนเป็นที่วางเขียนหรือใช้ปูนอน
จากเรื่องสนามสอบแข่งขันเฟ้นหาผู้มีความรู้ความสามารถเข้ารับราชการเป็นขุนนางจีนในอดีตที่มีขึ้นอย่างเป็นทางการในสมัย?ราชวงศ์สุย(ค.ศ.581 - 618) มาพูดต่อในเรื่องของข้อสอบกันบ้าง ซึ่งข้อสอบในสมัยก่อนก็เป็นการสอบแบบทดสอบความจำ ที่ห้ามนำตำราใดๆ ติดตัวเข้าสอบ โดยจะมีทหารคอยจับตาอย่างเข้มงวดตลอดการสอบ ซึ่งการสอบระดับท้องถิ่นในอดีตต้องสอบด้วยกันสามวิชา หนึ่งวิชากินเวลาร่วมสามวันสามคืน รวมแล้วใช้เวลาสอบกัน 9 วัน 7 คืนได้ ดังนั้นผู้เข้าสอบจะอาศัยห้องสอบเป็นที่หลับนอนด้วย
โดยในยุคแรกนั้นวิชาที่ทดสอบยังไม่มีความหลากหลายนัก เป็นเพียงข้อทดสอบเกี่ยวกับหลักการและนโยบายด้านการเมืองการปกครองของประเทศ พอถึงสมัย ราชวงศ์ถัง (ค.ศ.618 - 907) ลักษณะของข้อสอบจึงค่อยมีความหลากหลายรอบด้านมากขึ้นและคล้ายกับในปัจจุบัน คือ นอกจากทดสอบความรู้ในเนื้อหา "อู่จิง" หรือคัมภีร์ทั้งห้าแห่งหลักปรัชญาลัทธิขงจื๊อเป็นสำคัญแล้ว ยังมีคำถามทดสอบความรู้ความสามารถในเรื่องของพระราชกฤษฎีกา การอธิบายความหมายของคำที่กำหนด ความเข้าใจในเรื่องของตัวเลขการคำนวณ เป็นต้น และยังมีลักษณะของคำถามแบบให้เติมคำในช่องว่าง โดยดึงเนื้อหาจากคัมภีร์ทั้งห้าออกมาตั้งเป็นคำถามที่มีการปิดทับข้อความบางส่วนไว้ เพื่อทดสอบความแม่นยำในเนื้อหาของคัมภีร์ของผู้เข้าสอบนั่นเอง




ตำราคัดลอกขนาดจิ๋วเพื่อแอบพกติดตัวเข้าห้องสอบ
โดยในสมัยราชวงศ์ซ่งได้ใช้วิธีการ "พรางตัวตน" และ "คัดลอกใหม่" คือ ปิดทับไม่ให้รู้ถึงข้อมูลส่วนตัว อาทิ ชื่อแซ่ ภูมิลำเนาของผู้เข้าสอบที่เขียนระบุไว้บนกระดาษคำตอบ เปลี่ยนเป็นใส่หมายเลขกำกับไว้แทน และจัดให้มีผู้ทำการคัดลอกคำตอบทั้งหมดใหม่ เพื่อป้องกันผู้ตรวจข้อสอบที่อาจเห็นชื่อแซ่แล้วรู้จักคุ้นเคยหรือมีความสัมพันธ์ทางเครือญาติ และแม้จะปิดบังชื่อแซ่แล้วแต่ก็อาจจำลายมือผู้เข้าสอบได้ ทำให้เกิดมีใจเอนเอียงในระหว่างการตรวจอ่านเพื่อให้คะแนนสอบนั่นเอง ซึ่งต่อมาในสมัยราชวงศ์หยวน หมิงและชิง ก็ได้ยึดถือวิธีการทั้งสองอย่างนี้มาใช้ตามเป็นแนวทางในการตรวจให้คะแนน
แต่ไม่ว่าจะเข้มงวดอย่างไรก็ยังคงมีผู้ที่ไม่นึกหวั่นเกรงเหมือนต้องการจะลองของ สรรหาวิธีโกงการสอบสารพัดรูปแบบมีมานับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยกลโกงในอดีตก็มีทั้งแบบพึ่งตนเองที่แอบจดโพยใส่กระดาษยัดไว้ใต้รองเท้าหรือเขียนบนเสื้อผ้าสวมติดตัวเข้าห้องสอบ หรือพึ่งคนอื่นโดยการให้ผู้อื่นไปสอบแทน รวมถึงพึ่งสัตว์เลี้ยงอย่างนกพิราบ
มีเรื่องเล่าเป็นตัวอย่างขำๆ ว่า มีผู้สอบรายหนึ่งได้เลี้ยงและฝึกให้นกพิราบบินไปหาตนในห้องสอบตอนกลางคืน ซึ่งผู้สอบก็จะแอบจดคำถามใส่กระดาษเล็กๆ ผูกติดไว้ที่ขานกเพื่อให้บินนำกลับไปให้ทางบ้าน ซึ่งทางบ้านก็ได้จ้างผู้รู้มาเขียนคำตอบและให้นกนำส่งกลับมาให้อีกที แต่ด้วยความที่ทางบ้านเกรงว่าผู้สอบจะลอกไม่ครบ จึงเขียนเตือนไว้เล็กๆ ที่ตอนท้ายของหน้าแรกว่า "มีต่อด้านหลัง" คาดไม่ถึงว่าผู้สอบจะลอกข้อความนี้ไปด้วย ผลคือถูกจับได้ในท้ายที่สุด





7 เมษายน 2556

ล้ำไปกับ Audi R8 ซูเปอร์คาร์สุดไฮเทค

Audi R8 From XXX Performance



ทุกอย่างนั้นเป็นเรื่องราวของภาพลักษณ์ : โปรเจ็กต์นถสปอร์ตจากค่าย Audi พร้อมกับรหัสรถยนต์ R8 นั้น  เคยสร้างกระแสที่โด่งดังในอดีต  แต่ปัจจุบันนี้ตัวเลือกคู่แข่งที่สมบูนณ์แบบอย่าง  911  ก็ค่อยๆ เงียบลงตามกาลเวลา  โดยรถ R8 "รู่นเล็ก" ที่ใช้เครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.2 ลิตร  พร้อมกำลัง 420 แรงม้า  ที่รู้จักกันดีในรู่น RS4 ปัจจุบันนี้สามารถหาซื้อเป็นรถยนต์มือสองได้ในราคาประมาณ 50,000 ยูโร  โดยราคานี้ก็จะได้รถสปอร์ตเต็มตัวที่ไม่ค่อยพบเห็นได้บ่อยนักบนท้องถนน  ส่วนที่จะพบเห็นได้อีกรุ่นคือรุ่นพี่ใหญ่พร้อมเครื่องยนต์แบบ 10 สูบ ที่เทียบรุ่นกับรถจากเครือเดียวกันอย่าง Lamborghini Gallardo



Filme-Baby!
      คาสยแต่งจากเมือง Bochum สำนัก XXX  Performance ได้เสนอรถ Audi R8 ให้ยลโฉมถึง 2 ครั้งในระยะเวลาใกล้ๆ กัน เริ่มจาก "น้องเล็ก" V8 ตามด้วย "พี่ใหญ่" รุ่น V10 โดยคราวนี้เป็นการหุ้มตัวถังรถยนต์ด้วยฟิลม์ปิดทั้งคันสีเขียว  โดยการปิดตัวถังด้วยฟิล์มนี้เป็นฝีมือของ XXX  Performance ล้วนๆ ชิ้นส่วน Slide Blade และกระจกมองด้านข้างถูกหุ้มด้วยฟิล์มคาร์บอนให้ตัดสีเขียวอย่างสวยงาม  การตกแต่งภายนอกถึงการเอาโลโก้ออดี้ที่ฝากระโปรงหน้าออกและทำกระจังหน้าเป็นสีดำ  พร้อมกับไปหน้ารมดำ  แต่ที่สะดุดตาที่สุดน่าเป็นที่อยู่ในซุ้มล้อที่เป็นล้ออัลลอย Oxigin  14-Oxrock ที่ได้รับการติดฟิล์มให้เข้ากับรถด้วยกัน  ล้อขนาด 8.5*20 นิ้วและ 11*20 นิ้ว พร้อมยาง Dunlop SP Sport Maxx ขนาด 235/30 R20 และ 295/25 R20 จัดเป็นอุปกรณืครบมือสำหรับการยึดเกาะถนนส่วนช่วงล่างนั้นเป็นของจาก H&R ที่เป็นแบบสตรัทเกรียวรับหน้าที่โหลดให้เตี้ยแบบสุดๆ และชุดช่วงล่างจาก H&R นี้ยังทำงานร่วมกับชุดช่วงล่างแบบถุงลมจาก G-Ride Airride-System ที่ปรับแต่งไว้เฉพาะสำหรับงานโชว์ตัวแบบโหลดเตี้ย  กองพื้น



Exculsive : Bluetooth  Vale  Control
      สำนักแต่ง XXX  Performance นั้นคงไม่ยอมปล่อยเครื่องยนต์  V10  ขนาด  5.2  ลิตร  ไว้อย่างเดิมโดยไม่แต่งอย่างแน่นอนโดยพละกำลังที่เพิ่มขี้นเป็นประมาณ  650  แรงม้านั้นเป็นผลลัพธ์จากการปรับแต่งซอร์ฟแวร์เครื่องยนต์ใหม่มาพร้อมๆ  กับการติดตั้งชุดท่อไอเสียระดับ  High  End พร้อมชุดควบคุมวาล์วผ่านระบบบลูทูธจากค่าย  Capristo  ส่วนภายนอกของเครื่องยนต์  10  สูบนั้น  สำนักแต่งก็เพิ่มความสวยงามด้วยคาร์บอนแท้ๆ  อีกหลากหลายชิ้น

เครื่องยนต์     : V10, BMC Carbon-Airbox, ชุดท่อไอเสีย Capristo พร้อมกับชุดควบคุมวาล์วผ่านระบบ  Bluetooth ,ปรับแต่ง Software เครื่องยนต์ใหม่, ฝาปิดคาร์บอนแท้หลากหลายชิ้น
ความจุ           : 5,204 cc.
กำลัง              : 525 แรงม้า (386 kW) ที่ 8,000 รอบ/นาที
แรงบิตสูงสุด :  530 นิวตัน-เมตร ที่ 6,500 รอบ/นาที
ช่วงล่าง         : แบบสตรัทเกลียวจาก H&R ทำงานร่วมกับ G-Ride Airride
ล้อยาง           : ล้ออัลลอย Oxigin 14-Oxrock, ติดฟิล์มเป็นสีเดียวกับตัวถัง, ด้านหน้า 8.5*20 ขนาด 235/30 R20 ,ด้านหลัง 11*20 พร้อมยาง 295/25 R20 Dunlop SP Sport Maxx
ตัวถัง             : ติดฟิล์มตัวถังรอบคันด้วยสีเขียว, Slideblades & กระจกมองข้าง  ติดฟิล์มสีคาร์บอน, เอาโลโก้ออดี้ออก  ทำกระจังหน้าเป็นสีดำ  กรอบไฟหน้ารมดำ
ภายใน          : ที่แขนคาร์บอนแท้  เบาะนั่ง  Audi RS  ปรับแต่งใหม่และหุ้มหนังใหม่  หุ้มภายในห้องโดยสารใหม่หมดด้วยหนัง  Alcantara และหนังแท้ลายคาร์บอน (ที่หลังคา  แผงหน้าปัดชิ้นส่วนพลาสติกต่างๆ  พวงมาลัย  เบาะนั่ง  และแผงประตู)






     

The Walking Dead : Survival Instinct

The Walking Dead : Survival Instinct




ในภาคนี้เราจะรับบทเป็น Daryl Dixon ครับ เป็นตัวละครที่มาจากเนื้อเรื่องในทีวีซีรี่ย์ ในเกมจะเล่าถึงอดีตของ Daryl กับ Merle ก่อนที่จะได้มารวมกลุ่มกับ Rick

ตัวเกมเป็นแนว FPS Survival ครับ มีการค้นหาเสบียง ค้นหาผู้รอดชีวิต ทำภารกิจย่อยต่างๆในเมือง และก็เดินทางไปตามเมืองต่างๆ

กราฟ ฟิกในเกมทำออกมาได้ไม่ค่อยดีเท่าไรครับ อาจจะเป็นเพราะว่า Engine ที่ใช้สร้างเกมนี้ เป็นตัวที่ค่อนข้างเก่า แถมทีมงานที่สร้างเกมนี้ก็ไม่ได้ลงทุนกับเกมนี้มากเท่าที่ควรด้วย เพราะงั้นคุณภาพเกมเลยอาจจะออกมาไม่ดีพอสักเท่าไร

แต่ถ้าเป็นแฟน Walking Dead หรือเป็นแฟนอวย Daryl ล่ะก็โหลดไปเล่นเถอะครับ แค่ตัวละครหลักเป็น Daryl ก็น่าติดตามพอแล้ว

ลองเอาไปเล่นกันดูนะครับ  ผมว่าจะเป็นสนใจสำหรับคอเกมส์หลายๆท่าน

Download
Filecondo : 1 2 3 4
One2Up : 1 2 3 4


System Minimum Requirements:
OS:Windows® XP SP3/Windows Vista®/Windows® 7/ Windows® 8
Processor:Intel Core 2 Duo E4400 @ 2.00 GHz or AMD Athlon 64 X2 4000+ @ 2.0 GHz processor or better
Memory:2 GB RAM
Graphics:AMD Radeon HD 4670 512MB or Nvidia Geforce 8800 GT 512MB or better
DirectX®:9.0c
Hard Drive:9 GB HD space
Sound:DirectX® 9.0C or later